"วราวุธ" นำทีม พม. ติดเข็มกลัดริบบิ้นสีขาว "ครม.-นายกฯอุ๊งอิ๊ง" รณรงค์ยุติความรุนแรง
"วราวุธ" นำทีม พม. ติดเข็มกลัดริบบิ้นสีขาว "ครม.-นายกฯอุ๊งอิ๊ง" รณรงค์ยุติความรุนแรง ต่อเด็ก สตรีและบุคคลในครอบครัว ย้ำคนพิการเช็คสิทธิรับเงินหมื่น-แก้ไขบัตรให้ถูกต้อง ก่อน 3 ธ.ค. 67
เมื่อวันที่ 29 ต.ค.67 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เปิดเผยว่า กระทรวง พม. จัดรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้สังคมตระหนักถึงปัญหาความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว รวมทั้งกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนในสังคมเข้ามามีส่วนร่วมในการรณรงค์ยุติความรุนแรง เนื่องในเดือนพฤศจิกายนของทุกปี เป็น "เดือนรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี" โดยใช้ ริบบิ้นสีขาว (White Ribbon) เป็นสัญลักษณ์สากลเพื่อแสดงถึงการไม่ยอมรับ ไม่นิ่งเฉย และไม่กระทำความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัวทุกรูปแบบ
โดยในปีนี้ คณะผู้บริหารกระทรวง พม. พร้อมด้วย ดร.สุวรรณา ศิลปอาชา ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และที่ปรึกษาคณะทำงานขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศในการกีฬา และคุณซินดี้ สิรินยา บิชอพ นางแบบนักแสดง ในฐานะทูตสันถวไมตรี UN Woman Asia Pacific ร่วมติดเข็มกลัดริบบิ้นสีขาว (White Ribbon) ให้แก่ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี
สำหรับเดือนพฤศจิกายน 2567 กระทรวง พม. โดยกรมกิจกรรมสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.)ได้เตรียมจัดกิจกรรมรณรงค์ตลอดทั้งเดือนทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค อีกทั้งบูรณการการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนทั่วประเทศ เพื่อสร้างการรับรู้ให้สังคมตระหนักต่อประเด็นปัญหาความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว และกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัว และวันนี้ตนพร้อมคณะ จึงร่วมติดเข็มกลัดรีบบินสีขาว ให้แก่นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี
และในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2567 กระทรวง พม. ร่วมกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน จัดกิจกรรมรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว ภายใต้แนวคิด "สร้างสุขปลอดภัย ไร้ความรุนแรง" (ACT NOW to end Violence against Women and Gits) ในเวลา 15.30 น. ณ สยานสแควร์วัน (SQ-1) เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ โดยมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย อาทิ การเดินขบวนรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว การแสดง Flash Mob โดยวงดุริยางคศิลป์ จากมหาวิทยาลัยมหิดล การมอบโล่ประกาศเกียรติคุณสำหรับบุคลากรและหน่วยงานที่สนับสนุนการส่งเสริมการยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว การแสดงเจตนารมณ์รณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว และการแสดงคอนเสิร์ต โดยศิลปินวงเก็ตสึโนวา (Getsunova)
ทั้งนี้ ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมงานฯ ในวันที่ 11 พ.ย. 67 เวลา 15.30 น. ณ สยานสแควร์วัน (SQ-1) เพื่อร่วมกันรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว
ย้ำคนพิการเช็คสิทธิรับเงินหมื่น-แก้ไขบัตรให้ถูกต้อง ก่อน 3 ธ.ค. 67
นายวราวุธ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนก่อนประชุม ครม. ว่า รัฐบาลได้เริ่มโอนเงิน 10,000 บาท ในโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ปี 2567 ผ่านผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและคนพิการ ไปเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา สำหรับคนพิการที่มีสิทธิเข้าร่วมโครงการฯต้องเป็นคนพิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการ ภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2567 โดยคนพิการที่มีสิทธิจำนวนทั้งสิ้น 2,219,489 ราย กรณีที่กรมบัญชีกลางจ่ายเงินให้แก่คนพิการที่มีสิทธิ ไม่สำเร็จในครั้งแรก (วันที่ 25 ก.ย. 67) ดำเนินการจ่ายเงินซ้ำ (Retry) ครั้งที่ 1 รอบวันที่ 21 ตุลาคม 2567 โดยให้ดำเนินการแก้ไขบัตรประจำตัวคนพิการให้ถูกต้องภายในวันที่ 10 ตุลาคม 2567 , ครั้งที่ 2 รอบวันที่ 21 พฤศจิกายน 2567 ให้ดำเนินการแก้ไขบัตรประจำตัวคนพิการให้ถูกต้องภายในวันที่ 12 พฤศจิกายน 2567 และครั้งที่ 3 รอบวันที่ 19 ธันวาคม 2567 ให้ดำเนินการแก้ไขบัตรประจำตัวคนพิการให้ถูกต้องภายในวันที่ 3 ธันวาคม 2567
หากคนพิการที่เงินยังไม่เข้าบัญชี สาเหตุเกิดจาก 1.คนพิการที่บัตรประจำตัวคนพิการหมดอายุหรือข้อมูลในบัตรไม่ถูกต้องครบถ้วน โดยให้ดำเนินการแก้ไขข้อมูลให้สมบูรณ์ (บัตรเก่าชำรุด/สมุดประจำตัวคนพิการ) หรือให้ต่ออายุบัตรประจำตัวคนพิการได้ที่ศูนย์บริการคนพิการทั่วประเทศ (สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด ตั้งอยู่ในศาลากลางจังหวัด)
2.คนพิการที่มีสิทธิตามคุณสมบัติตามกำหนดแต่ไม่มีข้อมูลการรับเบี้ยความพิการ โดยสถานะขึ้นไม่มีช่องทางการจ่ายเงิน โดยให้เปิดบัญชีพร้อมเพย์ผูกกับเลขประจำตัวประชาชนภายในวันที่ 16 ธันวาคม 2567 หรือยื่นเรื่องเพื่อขอรับเงินเบี้ยความพิการ ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในภูมิลำเนาตามทะเบียนบ้านภายใน 28 พฤศจิกายน 2567 และกรณีคนพิการที่เคยรับเบี้ยความพิการเป็นเงินสด โดยให้ติดต่อองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นที่ตนมีภูมิลำเนาเพื่อขอรับเงินในโครงการฯ เป็นเงินสด อย่างไรก็ตาม ขอเน้นย้ำว่า ให้เร่งดำเนินการแก้ไขบัตรประจำตัวคนพิการภายในวันที่ 3 ธันวาคม 2567 เพื่อรักษาสิทธิโครงการฯ
ขอให้คนพิการตรวจสอบสิทธิของตนเองเบื้องต้นได้ง่ายๆ เพียงสแกนคิวอาร์โค้ด แล้วกรอกเลขบัตรประจำตัวคนพิการ และกดตรวจสอบ หรือคลิ๊ก https://govwelfare.dep.go.th/
นอกจากนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
-ศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน พม. โทร. 1300
-ศูนย์บริการคนพิการทั่วประเทศ
-Call Center กรมบัญชีกลาง หมายเลขโทรศัพท์ 0 2270 6400
-ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หมายเลขโทรศัพท์ 0 2109 2345
-ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผ่านระบบตอบรับอัตโนมัติ (ทุกวัน 24 ชั่วโมง) โทรศัพท์หมายเลข 0 2109 2345 กด 1 กด 5